“Marketing Dashboard สำหรับอุตสาหกรรมยาในประเทศไทย” ได้กลายเป็นเครื่องมือสำคัญที่คนการตลาดยาทุกคนไม่ควรมองข้าม
บทความนี้จะพาทุกคนไปสำรวจว่าแดชบอร์ดที่ดีในอุตสาหกรรมยาควรมีอะไรบ้าง พร้อมตัวอย่างเครื่องมือและแนวทางการใช้งานในบริบทของประเทศไทย
Marketing Dashboard คือ เครื่องมือแบบอินเทอร์แอคทีฟที่ใช้แสดงผลข้อมูลตัวชี้วัดการตลาด (Marketing KPIs) แบบรวมศูนย์ในรูปแบบที่เข้าใจง่าย โดยดึงข้อมูลจากหลายแหล่งมาสรุปให้ผู้บริหารและทีมการตลาดเห็นภาพรวมประสิทธิภาพทางการตลาดขององค์กรได้อย่างรวดเร็ว เครื่องมือนี้มีบทบาทสำคัญมากในอุตสาหกรรมยา เนื่องจากช่วยให้ผู้บริหารสามารถติดตามสุขภาพธุรกิจผ่านตัวชี้วัดหลักต่าง ๆ และปรับกลยุทธ์ได้ทันท่วงทีบนพื้นฐานข้อมูล ไม่ใช่การคาดเดา การใช้แดชบอร์ดที่ดีจะช่วยป้องกันไม่ให้ผู้บริหารมองข้ามแนวโน้มหรือความต้องการของตลาดที่สำคัญ ซึ่งอาจเกิดขึ้นหากข้อมูลถูกนำเสนอไม่ชัดเจนหรือกระจัดกระจายค่ะ
1. นิยามและความสำคัญของ Marketing Dashboard ในอุตสาหกรรมยา
Marketing Dashboard คือเครื่องมือที่ใช้แสดงข้อมูลสำคัญทางการตลาดในรูปแบบที่ง่ายต่อการอ่านและเข้าใจ โดยรวบรวมข้อมูล Key Performance Indicators (KPIs) ที่สำคัญไว้ในหน้าเดียว เพื่อช่วยให้ผู้บริหารและทีมการตลาดสามารถติดตามและวิเคราะห์ประสิทธิภาพของกลยุทธ์การตลาดได้อย่างมีประสิทธิภาพ ในอุตสาหกรรมยา การมี Marketing Dashboard เป็นสิ่งจำเป็นเพราะช่วยให้บริษัทสามารถติดตามยอดขาย ส่วนแบ่งตลาด การมีส่วนร่วมของแพทย์และบุคลากรทางการแพทย์ (HCP) ผลตอบแทนจากการลงทุนในแคมเปญ (Campaign ROI) และการปฏิบัติตามข้อกำหนดทางกฎหมาย (Compliance tracking) ได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำ ซึ่งข้อมูลเหล่านี้เป็นตัวชี้วัดสำคัญที่ช่วยให้บริษัทยาสามารถตัดสินใจทางธุรกิจได้อย่างฉลาดและทันท่วงที
ความสำคัญในอุตสาหกรรมยา
- การตัดสินใจที่รวดเร็ว: Dashboard ช่วยให้ผู้บริหารเห็นภาพรวมของการดำเนินงานทางการตลาดได้ทันที ช่วยลดเวลาในการวิเคราะห์ข้อมูล
- การวิเคราะห์ข้อมูล: ช่วยให้สามารถวิเคราะห์ประสิทธิภาพของแคมเปญการตลาด ยอดขาย และส่วนแบ่งตลาดได้อย่างลึกซึ้ง
- การปฏิบัติตามกฎระเบียบ: อุตสาหกรรมยามีข้อบังคับที่เข้มงวด โดยเฉพาะในประเทศไทยที่มีการควบคุมการโฆษณายา Dashboard จึงช่วยติดตามความปฏิบัติตามกฎหมายได้ง่าย
- การปรับกลยุทธ์: ช่วยให้บริษัทสามารถปรับเปลี่ยนกลยุทธ์การตลาดได้อย่างทันสถานการณ์ตามความต้องการของตลาด
ความสำคัญในบริบทประเทศไทย
ในประเทศไทย ตลาดยามีมูลค่าประมาณ 240,000 ล้านบาท (2021) และคาดว่าจะเติบโตต่อเนื่องในช่วงปี 2566-2568 ด้วยอัตราเฉลี่ย 6.0-7.0% ต่อปี ปัจจัยที่ขับเคลื่อนการเติบโต ได้แก่ การเพิ่มขึ้นของโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) การขยายตัวของระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า และการท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ Dashboard จึงเป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยให้บริษัทยาสามารถแข่งขันในตลาดที่มีความท้าทาย เช่น ความไวต่อราคาของผู้บริโภคและข้อบังคับที่เข้มงวด
2. องค์ประกอบสำคัญที่ควรมีใน Marketing Dashboard
สำหรับอุตสาหกรรมยา โดยเฉพาะในบริบทของประเทศไทย องค์ประกอบสำคัญที่ควรรวมอยู่ใน Marketing Dashboard มีดังนี้
2.1 KPIs เฉพาะทางยา
ตารางต่อไปนี้สรุป KPIs ที่สำคัญสำหรับ Marketing Dashboard ในอุตสาหกรรมยา:
| KPI | คำอธิบาย | ความสำคัญในบริบทไทย |
| ยอดขายตามหมวดหมู่ผลิตภัณฑ์ (Sales by product category) | วัดยอดขายของผลิตภัณฑ์แต่ละประเภท เช่น ยารักษาโรคหัวใจ, เบาหวาน, ผิวหนัง | ช่วยระบุผลิตภัณฑ์ที่ขายดีและวางแผนการผลิต/การตลาด โดยเฉพาะยา NCDs ที่มีความต้องการสูงในไทย |
| ส่วนแบ่งตลาด (Market share) | วัดเปอร์เซ็นต์ของยอดขายเมื่อเทียบกับคู่แข่ง | สำคัญในตลาดไทยที่มีการแข่งขันสูงจากทั้งบริษัทท้องถิ่นและข้ามชาติ |
| การมีส่วนร่วมของแพทย์และบุคลากรทางการแพทย์ (Doctor/HCP engagement) | วัดจำนวนการเยี่ยมเยียน การประชุม หรือการโต้ตอบทางดิจิทัลกับ HCPs | แพทย์และเภสัชกรในไทยมีบทบาทสำคัญในการสั่งจ่ายยา การสร้างความสัมพันธ์จึงเป็นกุญแจสำคัญ |
| ผลตอบแทนจากการลงทุนในแคมเปญ (Campaign ROI) | วัดผลกำไรที่ได้จากแคมเปญการตลาดเมื่อเทียบกับต้นทุน | ช่วยประเมินประสิทธิภาพของแคมเปญ เช่น การใช้โซเชียลมีเดียหรือสัมมนาในไทย |
| การปฏิบัติตามข้อกำหนดทางกฎหมาย (Compliance tracking) | ติดตามว่ากิจกรรมการตลาดสอดคล้องกับกฎของ FDA ไทยหรือไม่ | อุตสาหกรรมยาในไทยมีข้อบังคับเข้มงวด เช่น การโฆษณาต้องได้รับอนุญาต |
– ยอดขายตามสินค้า/หมวดผลิตภัณฑ์/พื้นที่ (Sales by Product/Category/Territory) – แสดงข้อมูลยอดขายแบ่งตามกลุ่มผลิตภัณฑ์ หมวดหมู่ยา หรือเขตพื้นที่การขาย เพื่อให้ผู้บริหารเห็นว่า ผลิตภัณฑ์ใดหรือพื้นที่ใด ทำผลงานได้ดีหรือควรปรับปรุง นอกจากนี้ควรมีแนวโน้มการเติบโตของยอดขาย (เช่น เทียบไตรมาสต่อไตรมาส หรือปีต่อปี) เพื่อจับสัญญาณการเปลี่ยนแปลงของตลาดได้ทันเวลา
–ส่วนแบ่งตลาดเทียบกับคู่แข่ง (Market Share vs Competitors) – นอกเหนือจากยอดขายของบริษัทเอง แดชบอร์ดควรแสดง ส่วนแบ่งการตลาด ของสินค้าในแต่ละหมวด หรือแต่ละภูมิภาค เมื่อเทียบกับคู่แข่งหลัก ข้อมูลนี้ทำให้ทีมการตลาดทราบตำแหน่งทางการแข่งขันของตนในตลาดว่าอยู่จุดใด กำลังเหนือกว่าหรือเป็นรองคู่แข่ง และส่วนแบ่งมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นหรือลดลงอย่างไร การมีมุมมองส่วนแบ่งตลาดในแดชบอร์ดจะช่วยในการปรับกลยุทธ์ เช่น หากส่วนแบ่งลดลงในผลิตภัณฑ์ใด ควรเร่งทำกิจกรรมส่งเสริมการขายเพิ่มเติม หรือวิเคราะห์สาเหตุเชิงลึกต่อไป ทั้งนี้ แดชบอร์ดที่ดีมักดึงข้อมูลตลาดภายนอกมาประกอบด้วย
–Engagement กับบุคลากรทางการแพทย์ (HCP Engagement) – สำหรับการตลาดยา ลูกค้าเป้าหมายหลัก มักเป็นบุคลากรทางการแพทย์ เช่น แพทย์ เภสัชกร หรือโรงพยาบาล แดชบอร์ดจึงควรมีตัวชี้วัดที่วัดระดับการมีส่วนร่วมและการเข้าถึง (engagement) ของกลุ่มเป้าหมายเหล่านี้ เช่น จำนวนแพทย์ที่เข้าถึงผ่านกิจกรรมการตลาดต่าง ๆ, อัตราการเปิดอ่านสื่อ (เช่น Email Click-through Rate, จำนวนครั้งที่ HCP เข้าชมสื่อการตลาดดิจิทัลหรือเนื้อหาวิชาการที่จัดทำ), ระยะเวลาเฉลี่ยที่แพทย์ใช้กับสื่อหรือเนื้อหาของเรา, ตลอดจนสัดส่วนการตอบสนองต่อกิจกรรม (เช่น การเข้าร่วมสัมมนาวิชาการ, การตอบแบบสอบถาม, การขอทดลองใช้ยาตัวอย่าง)
ยกตัวอย่างตัวชี้วัด Content Engagement Rate ที่วัดว่าเนื้อหาด้านวิชาการหรืออัปเดตผลิตภัณฑ์ของบริษัทยาช่วยดึงดูดความสนใจ HCP ได้ดีเพียงใด (อาจดูจาก CTR ของอีเมลหรือแบนเนอร์, เวลาที่ใช้ดูวิดีโอ/อ่านบทความ, อัตราการแชร์เนื้อหาในกลุ่มแพทย์ เป็นต้น) นอกจากนี้ Reach & Frequency ก็เป็น KPI สำคัญที่ดูว่ากลุ่มแพทย์เป้าหมายเรามี จำนวนเท่าใดที่ถูกเข้าถึง ผ่านช่องทางต่าง ๆ และแต่ละคนถูกเข้าพบหรือสื่อสารบ่อยเพียงใด การรักษาความถี่ที่เหมาะสมมีผลทั้งต่อการสร้างความคุ้นเคยในแบรนด์ยาและการปฏิบัติตามหลักจริยธรรมการสื่อสารทางการแพทย์ (ไม่รบกวนแพทย์ถี่เกินไป) หากแดชบอร์ดสามารถเชื่อมโยงให้เห็นผลลัพธ์ระดับ พฤติกรรมการสั่งยา ได้ด้วยยิ่งดี เช่น เปรียบเทียบกลุ่มแพทย์ที่มี engagement สูงกับยอดสั่งจ่ายยาของบริษัท เพื่อดูว่าแคมเปญการตลาดส่งผลต่อการสั่งจ่ายจริงหรือไม่ ข้อมูลเชิงลึกนี้จะช่วยยืนยัน ROI ของการทำกิจกรรมการตลาดกับ HCP ว่าคุ้มค่าเพียงใด และช่วยปรับกลยุทธ์การมีส่วนร่วมให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
–ROI ของแคมเปญและประสิทธิภาพช่องทางการสื่อสาร (Campaign ROI & Channel Effectiveness) – นักการตลาดยาควรติดตามผลตอบแทนจากการลงทุน (Return on Investment – ROI) ของกิจกรรมและแคมเปญการตลาดแต่ละรายการอย่างใกล้ชิด แดชบอร์ดควรเชื่อมโยงข้อมูลค่าใช้จ่ายของแคมเปญกับผลลัพธ์ที่ได้ เช่น ยอดขายที่เพิ่มขึ้นหรือจำนวนผู้สนใจที่เกิดจากแคมเปญนั้น เพื่อคำนวณ ROI ออกมาเป็นตัวเลขที่ชัดเจน เครื่องชี้วัดนี้จะช่วยจัดลำดับความสำคัญของกิจกรรมการตลาดว่ากิจกรรมใดให้ผลคุ้มค่าที่สุด นอกจากนี้ ในยุคที่กลยุทธ์ Multichannel/Omnichannel Marketing เป็นที่แพร่หลาย แดชบอร์ดควรแสดงประสิทธิภาพของ แต่ละช่องทางการสื่อสาร ที่ใช้ควบคู่กัน ไม่ว่าจะเป็นการเยี่ยมพบแพทย์โดยผู้แทน, การส่งอีเมล, สื่อโซเชียลมีเดีย, เว็บไซต์วิชาการ, Webinar หรือแอปพลิเคชันต่าง ๆ ข้อมูลที่ควรมี ได้แก่ จำนวนผู้เข้าถึงและการตอบสนองในแต่ละช่องทาง, ค่าใช้จ่ายต่อการเข้าถึงหนึ่งครั้ง (Cost per Engagement), และอัตราแปลงผล (Conversion Rate) ของแต่ละช่องทาง เป็นต้น การมีมุมมองรวมศูนย์เช่นนี้ทำให้ทีมการตลาดสามารถเปรียบเทียบและปรับงบประมาณระหว่างช่องทางได้อย่างเหมาะสม นอกจากนี้แดชบอร์ดยังอาจแสดงแนวโน้มการมีส่วนร่วมในแต่ละช่องทางตลอดช่วงเวลาหนึ่ง เช่น จำนวนครั้งของการพบแพทย์แบบตัวต่อตัว เทียบกับการประชุมออนไลน์ หรือจำนวนอีเมลที่ส่งและอัตราการเปิดอ่านรายเดือน เป็นต้น เพื่อให้เห็นว่า ช่องทางใดกำลังมีประสิทธิภาพสูงหรือต่ำ ในช่วงเวลานั้นๆ เมื่อรวมข้อมูลทั้งหมดนี้ ทีมการตลาดจะสามารถปรับกลยุทธ์การสื่อสารแบบหลายช่องทางได้อย่างยืดหยุ่น ทราบว่าควรเน้นช่องทางใดหรือปรับข้อความแบบใดเพื่อให้เกิด ROI สูงสุดของแคมเปญการตลาดแต่ละตัว
-Compliance Tracking (การติดตามการปฏิบัติตามกฎระเบียบ) – ธุรกิจยาอยู่ภายใต้กฎหมายและข้อกำหนดด้านการสื่อสารการส่งเสริมการขายที่เข้มงวด ทั้งจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) และจรรยาบรรณวิชาชีพ การ ติดตาม compliance จึงเป็นหัวใจสำคัญที่ขาดไม่ได้ในแดชบอร์ดการตลาดยายุคใหม่ แดชบอร์ดควรรวบรวมตัวชี้วัดที่บ่งชี้ว่ากิจกรรมทางการตลาดและการขายของบริษัทยังอยู่ในขอบเขตที่กำหนดหรือไม่ เช่น การตรวจสอบว่าเอกสารและสื่อส่งเสริมการขายทุกชิ้นผ่านการอนุมัติจากฝ่ายกำกับดูแลภายใน, การติดตามสถานะการอบรมหรือการรับรองผู้แทนยาเกี่ยวกับจรรยาบรรณ (ทุกคนผ่านการอบรมตามกำหนดเวลาหรือไม่), จำนวนเหตุการณ์หรือข้อร้องเรียนที่เกี่ยวข้องกับการส่งเสริมการขายที่ผิดหลัก (ถ้ามี), ตลอดจนผลการตรวจประเมินจากหน่วยงานภายนอกหรือการตรวจสอบภายใน (audit) เป็นต้น
ยกตัวอย่าง KPI ด้าน compliance ที่อาจใช้ ได้แก่ อัตราการผ่านการตรวจสอบ (Audit Pass Rate) จากการที่บริษัทถูกสุ่มตรวจโดยหน่วยงานภาครัฐหรือองค์กรอิสระ, หรือตัวชี้วัดด้านคุณภาพ/ความปลอดภัย เช่น ความถี่ของเหตุการณ์ไม่พึงประสงค์ (Adverse Events) ที่รายงานจากการใช้ผลิตภัณฑ์ ซึ่งฝ่ายการตลาดต้องติดตามร่วมกับฝ่ายเภสัชกรกำกับดูแลเพื่อให้แน่ใจว่ามีการรายงานครบถ้วนตามกฎหมาย การมีข้อมูลเหล่านี้บนแดชบอร์ดจะช่วยให้ผู้บริหารเห็นสัญญาณความเสี่ยงด้านกฎระเบียบได้ทันท่วงทีและสร้างวัฒนธรรมการปฏิบัติตามกฎเกณฑ์อย่างโปร่งใสในองค์กร
–ผลกระทบของสินค้าคงคลังต่อการขาย (Inventory Impact on Sales) – ในธุรกิจยา การจัดการสินค้าคงคลัง มีความเชื่อมโยงโดยตรงกับความสำเร็จในการขาย เพราะหากสินค้ายาเกิดขาดสต็อก (stock-out) ในตลาด ย่อมสูญเสียโอกาสในการขายและกระทบต่อความเชื่อมั่นของลูกค้า แดชบอร์ดการตลาดควรรวมข้อมูลด้านซัพพลายเชนสำคัญที่การตลาดต้องรับรู้ เช่น ระดับสินค้าคงคลังของผลิตภัณฑ์หลัก อัตราหมุนเวียนสินค้าคงคลัง (Inventory Turnover) และอัตราการเกิดสินค้าขาดตลาดในช่วงเวลาต่าง ๆ ตลอดจน การคาดการณ์อุปสงค์ ล่วงหน้าควบคู่กับแผนการผลิต/นำเข้า ข้อมูลเหล่านี้ช่วยให้ฝ่ายการตลาดประสานกับฝ่ายซัพพลายเชนเพื่อจัดการสต็อกได้สมดุล ไม่ให้มีสินค้ามากเกินไปจนอายุหมดอายุก่อนขาย หรือมีน้อยเกินไปจนไม่พอต่อความต้องการตลาด
ตัวชี้วัดอย่าง Inventory Turnover Ratio (อัตราการหมุนเวียนสินค้าคงคลัง) จะบอกว่าสินค้าเราขายออกจากคลังเร็วเพียงใดในรอบระยะเวลาที่กำหนด หากค่าต่ำผิดปกติอาจหมายถึงมีสินค้าค้างสต็อกมากขายไม่ออก หรือหากค่าสูงมากก็อาจแปลว่าขายดีมากจนเสี่ยงสินค้าหมดคลังได้ง่าย
อีกด้านหนึ่ง Days on Hand (จำนวนวันของสินค้าคงคลัง) ก็เป็นดัชนีว่ามีสินค้าพร้อมขายเพียงพอกี่วัน หากตัวเลขนี้ต่ำเกินไปฝ่ายการตลาดอาจต้องวางแผนโปรโมชันให้ระมัดระวังเพื่อไม่ให้ความต้องการเกินกำลังผลิต ทั้งนี้ มีบทเรียนที่ชัดเจนว่าการติดตาม สัดส่วนสินค้าคงคลังเทียบกับยอดขาย อย่างใกล้ชิดช่วยธุรกิจหลีกเลี่ยงปัญหาขาดตลาดและตอบสนองความต้องการลูกค้าได้ดีขึ้น โดยตัวชี้วัดกลุ่ม Inventory-to-Sales เหล่านี้ทำให้องค์กรเห็นแนวโน้มการขาย คาดการณ์อุปสงค์ได้แม่นยำขึ้น และปรับปรุงการตัดสินใจด้านสต็อกสินค้าให้เหมาะสม เมื่อบริษัทมีสินค้าพร้อมขายสอดคล้องกับความต้องการของตลาด ผลลัพธ์ที่ตามมาคือยอดขายที่เพิ่มขึ้นอย่างยั่งยืนและลูกค้ามีความพึงพอใจมากขึ้น (เพราะไม่ต้องรอสินค้าหรือเจอของขาด)
–ประสิทธิภาพของทีมขายภาคสนาม (Field Force Productivity) – ทีมขายหน้าฟิลด์หรือผู้แทนยาเป็นกำลังหลักในการนำเสนอผลิตภัณฑ์ยาแก่แพทย์และร้านยา การวัดประสิทธิภาพการทำงานของทีมนี้จึงเป็นอีกหัวใจสำคัญของแดชบอร์ดการตลาดยา ตัวชี้วัดสำคัญอาจได้แก่ อัตราการเข้าพบลูกค้าเป้าหมาย (Visit Rate หรือ Coverage % – เช่น ผู้แทนเข้าพบแพทย์ตามรายชื่อเป้าหมายได้กี่เปอร์เซ็นต์ต่อเดือน), ความถี่การเข้าพบ ต่อแพทย์แต่ละราย (เช่น เฉลี่ยแพทย์แต่ละคนถูกพบทุกกี่สัปดาห์), ระยะเวลาในการให้ข้อมูล (Detailing Time) ต่อการเข้าพบแต่ละครั้ง, และ อัตราความสำเร็จของการเข้าพบ (Call Success Rate) – ซึ่งอาจวัดจากผลลัพธ์หลังเข้าพบ
เช่น แพทย์ขอข้อมูลเพิ่มหรือยอมเปิดรับฟังการนำเสนอในครั้งต่อไป หรือเกิดคำสั่งซื้อ/สั่งจ่ายเพิ่มขึ้น เป็นต้น การเก็บข้อมูลเหล่านี้จะช่วยผู้จัดการทีมขายประเมินทั้งเชิงปริมาณ (จำนวนครั้งของกิจกรรมที่ทำ) และเชิงคุณภาพ (ผลลัพธ์ที่ได้จากกิจกรรมนั้น) ของผู้แทนยาแต่ละคน หากแดชบอร์ดของบริษัทเชื่อมกับระบบ CRM อย่าง Veeva CRM ก็จะสามารถดึงข้อมูลกิจกรรมเหล่านี้ขึ้นมาแสดงได้โดยอัตโนมัติ ยกตัวอย่างแดชบอร์ด Veeva CRM ที่มีการใช้งานจริง พบว่าจะมีการแสดงจำนวนบัญชีลูกค้าที่ผู้แทน ยังไม่เคยเข้าพบ และจำนวนที่เข้าพบแล้ว (เช่น “Account Reach = เข้าถึง HCP ได้คิดเป็น 15% ของทั้งหมด มีแพทย์ที่พบแล้ว 21 รายจาก 148 รายเป้าหมาย”) รวมถึงแสดง ภาพรวมกิจกรรมการขาย เช่น จำนวนครั้งทั้งหมดที่เข้าพบ (Total Calls) ในช่วงเวลานั้น, จำนวนครั้งที่มีการใช้สื่อดิจิทัลในการนำเสนอ (Calls with CLM), จำนวนอีเมลที่ส่งออกพร้อมอัตราการเปิดอ่านและคลิกลิงก์ เป็นต้น
ข้อมูลชุดนี้ทำให้ผู้จัดการทราบถึง ประสิทธิภาพเชิงกิจกรรม ของทีม เช่น ผู้แทนส่งอีเมลหาลูกค้าเยอะและมีการเปิดอ่านดีหรือไม่ หรือลงพื้นที่พบลูกค้าบ่อยเพียงใด นอกจากนี้แดชบอร์ดยังอาจแสดง อันดับของเนื้อหาที่ใช้ในการนำเสนอ (Top CLM Presentations) เพื่อบอกว่าสื่อส่งเสริมการขายชิ้นใดที่ผู้แทนเลือกใช้บ่อยและมีการตอบรับที่ดี รวมถึงแจกแจง กิจกรรมตามผลิตภัณฑ์ (Activity by Product) ว่าผู้แทนมีการนำเสนอหรือส่งอีเมลเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ใดมากน้อยเท่าใด ซึ่งมีประโยชน์ในการติดตามความครอบคลุมของการโปรโมตผลิตภัณฑ์ทุกตัวอย่างทั่วถึง ทั้งหมดนี้เป็นตัวอย่างการใช้แดชบอร์ดช่วยบริหารทีมขายเชิงรุก ทั้งในการติดตามผลงานรายบุคคลและการหาแนวทางเพิ่มประสิทธิภาพโดยรวม เช่น หากเห็นว่าผู้แทนบางพื้นที่เข้าพบลูกค้าน้อยกว่าที่กำหนด ผู้จัดการสามารถลงไปแก้ไขปัญหาเฉพาะจุดได้ทันที หรือหากเห็นว่าอัตราสำเร็จของการเข้าพบต่ำ อาจต้องมีการฝึกอบรมเสริมทักษะการนำเสนอ เป็นต้น ในทางปฏิบัติ มีซอฟต์แวร์หลายตัวที่ช่วยเก็บและแสดงผล KPI กลุ่มนี้
2.2 KPIs อื่นๆ ที่สำคัญ
นอกจาก KPIs หลักที่ระบุไว้ ยังมีตัวชี้วัดอื่นๆ ที่ควรพิจารณา:
- จำนวนใบสั่งยาใหม่ (NBRx): วัดจำนวนใบสั่งยาใหม่สำหรับผลิตภัณฑ์ ช่วยประเมินการยอมรับของยาใหม่ในตลาด
- ยอดขายรวมจากใบสั่งยา (TRx): วัดยอดขายรวมจากทุกใบสั่งยา ช่วยให้เห็นภาพรวมของประสิทธิภาพการขาย
- ปริมาณการขายต่อใบสั่งยา (Sales volume by prescription): ช่วยติดตามปริมาณยาที่ขายได้ต่อใบสั่งยา
- กำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin): คำนวณจาก (ยอดขายสุทธิ – ต้นทุนสินค้า) / ยอดขายสุทธิ ช่วยวัดความยั่งยืนทางธุรกิจ
- อัตราการหมุนเวียนสินค้าคงคลัง (Inventory Turnover): คำนวณจาก ต้นทุนสินค้าขายได้ / มูลค่าสินค้าคงคลังเฉลี่ย ช่วยบริหารจัดการสต็อกยา
2.3 ความสำคัญในบริบทไทย
- ความหลากหลายของผู้บริโภค: ประเทศไทยมีประชากรสูงอายุและผู้ป่วยโรคเรื้อรังจำนวนมาก KPIs เช่น Sales by product category และ Market share จึงช่วยให้บริษัทสามารถตอบสนองความต้องการที่หลากหลายได้
- การแพทย์ท่องเที่ยว: ไทยเป็นจุดหมายปลายทางด้านการแพทย์ ดังนั้น KPIs ที่เกี่ยวข้องกับยอดขายจากผู้ป่วยต่างชาติ เช่น Sales volume by prescription มีความสำคัญ
- ความไวต่อราคา: ผู้บริโภคชาวไทยมีความไวต่อราคา KPIs เช่น Gross Profit Margin และ Inventory Turnover ช่วยในการกำหนดกลยุทธ์ราคาและบริหารจัดการต้นทุน
3. ตัวอย่างรูปแบบหรือเครื่องมือ
มีเครื่องมือและแพลตฟอร์มที่เหมาะสมสำหรับการสร้าง Marketing Dashboard ในอุตสาหกรรมยา ดังนี้:
- Bold BI: มี dashboard เฉพาะสำหรับอุตสาหกรรมยา เช่น Pharmaceutical Sales Performance Dashboard ที่ติดตาม KPIs เช่น NBRx, TRx, และ Sales volume by prescription
- Tableau: เป็นเครื่องมือที่ใช้กันทั่วไปในการสร้าง dashboard ที่สามารถปรับแต่งได้ตามความต้องการ
- Power BI: ของ Microsoft ช่วยให้ผู้ใช้สร้าง dashboard ที่กำหนดเองได้อย่างง่ายดาย
- ClicData: ให้ dashboard สำหรับการวิเคราะห์การขายและประสิทธิภาพทางการตลาด เช่น Pharma Sales Analysis Dashboard
ในประเทศไทย บริษัทยาหลายแห่งอาจใช้ระบบ ERP หรือ CRM เช่น SAP หรือ Oracle ซึ่งมีฟังก์ชัน dashboard ในตัว หรือใช้ซอฟต์แวร์ท้องถิ่นที่พัฒนาขึ้นเพื่อตอบสนองความต้องการเฉพาะของตลาดไทย
Marketing Dashboard เป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยให้บริษัทยาสามารถติดตามและวิเคราะห์ประสิทธิภาพทางการตลาดได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะในบริบทของประเทศไทยที่มีความท้าทายและโอกาสทางการตลาดเฉพาะตัว เช่น การแข่งขันสูง ความหลากหลายของผู้บริโภค และข้อบังคับทางกฎหมายที่เข้มงวด การเลือก KPIs ที่เหมาะสม เช่น Sales by product category, Market share, Doctor/HCP engagement, Campaign ROI, และ Compliance tracking จะช่วยให้บริษัทยาสามารถแข่งขันและเติบโตค่ะ
Ref.
- Bold BI. (n.d.). Pharmaceutical analytics dashboards. Retrieved June 5, 2025, from https://www.boldbi.com/resources/dashboard-examples/pharmaceutical-analytics/
- insightsoftware. (2024). 15 best pharma KPIs and metric examples for 2024 reporting. Retrieved June 5, 2025, from https://insightsoftware.com/blog/15-best-pharma-kpis-and-metric-examples/
- Solver Global. (n.d.). Sales dashboard for pharmaceutical companies. Retrieved June 5, 2025, from https://www.solverglobal.com/blog/glossary/sales-dashboard-for-pharmaceutical-companies
- Pharmaboardroom. (2019, May 20). Thailand’s pharmaceuticals market – adapting to changes. Retrieved June 5, 2025, from https://pharmaboardroom.com/articles/thailands-pharmaceuticals-market-adapting-to-changes/
- Krungsri Bank. (2023). Industry outlook: Pharmaceuticals 2023-2025. Retrieved June 5, 2025, from https://www.krungsri.com/en/research/industry/industry-outlook/chemicals/phamaceuticals/io/io-pharmaceuticals-2023-2025
- Board of Investment of Thailand. (n.d.). Biopharmaceutical industry in Thailand. Retrieved June 5, 2025, from https://www.boi.go.th/upload/content/Biopharmaceutical.pdf
- Tableau. (n.d.). Pharma analytics. Retrieved June 5, 2025, from https://www.tableau.com/solutions/gallery/pharma-analytics
- ClicData. (n.d.). Pharma sales analysis dashboard. Retrieved June 5, 2025, from https://www.clicdata.com/dashboards/pharma-sales-analysis/
- ClicData. (n.d.). Pharma sales dashboard. Retrieved June 5, 2025, from https://www.clicdata.com/dashboards/pharma-sales/
- Zanovoy. (n.d.). Critical KPIs for pharmaceutical companies. Retrieved June 5, 2025, from https://www.zanovoy.com/blog-posts/critical-kpis-for-pharmaceutical-companies
- MDO. (2023, April 25). Top 5 pharmaceutical KPIs for HCP engagement [LinkedIn post]. Retrieved June 5, 2025, from https://mdoutlook.com/pharmaceutical-kpis-for-hcp-engagement/
- IntuitionLabs. (n.d.). Veeva CRM dashboard: Account reach, activity, and presentations. Retrieved June 5, 2025, from https://intuitionlabs.ai/product-screenshots/veeva-myinsights/veeva-crm-dashboard-account-reach-activity-and-presentations
- Pipedrive. (n.d.). 3 critical inventory sales metrics for your business. Retrieved June 5, 2025, from https://www.pipedrive.com/en/blog/inventory-sales
0 Comments