บทเรียนสำคัญจากการสัมภาษณ์ผู้บริหาร T.Man

by | 28 Apr 2024

สวัสดีครับ เมื่อวันที่ 28 เมษายน 2567 ผมได้รับเชิญให้มาเป็นผู้ดำเนินรายการเสวนาในหัวข้อ “T.MAN Next Step นวัตกรรมสุขภาพฝีมือคนไทย”ในงานประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2567 ของสมาคมผู้ประกอบการร้านยารวมใจไทย ในโอกาสฉลองครบรอบ 50 ปีของสมาคมฯ ณ ศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติ สวนนงนุชพัทยา ผมอยากจะขอสรุปบทเรียนสำคัญๆ ที่ได้เรียนรู้จากการสนทนากับผู้บริหารของ ที.แมน อย่างคุณประพล ฐานะโชติพันธ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และคุณธนัท พลอยดนัย ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดและผลิตภัณฑ์ เพื่อเป็นประโยชน์ต่อทั้งคนในวงการยาและผู้สนใจทั่วไปให้ได้อย่างเป็นข้อคิดครับ

วิสัยทัศน์ชี้แนวทาง

เรื่องแรก ที่ผมประทับใจมากๆ คือ “วิสัยทัศน์และเจตนารมณ์แรกเริ่มของผู้ก่อตั้ง” ครับ คุณประพลได้เล่าให้ฟังว่า ที.แมน เกิดจากความตั้งใจของคุณธีรวัฒน์และภญ.คำนวณ ที่อยากเห็น “คนไทยเข้าถึงยาที่มีคุณภาพในราคาที่จับต้องได้ เพราะเชื่อว่าสุขภาพที่ดีเป็นสิทธิพื้นฐานของทุกคน” จุดเริ่มต้นเล็กๆ นี้ ค่อยๆ หล่อหลอมกลายเป็นค่านิยมหลัก (Core Values) ให้พนักงานทุกคนยึดถือ และเป็นพลังขับเคลื่อนให้ ที.แมน ก้าวไปข้างหน้าอย่างไม่หยุดยั้ง

ผมคิดว่านี่เป็นบทเรียนสำคัญสำหรับการทำธุรกิจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งธุรกิจด้านสุขภาพ ที่การมี “เป้าหมายเพื่อส่วนรวม” เป็นตัวตั้ง จะทำให้เรามีกำลังใจในการฝ่าฟันอุปสรรค เพื่อสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสังคมในวงกว้าง ลองนึกภาพตามดูครับว่า เมื่อทุกบริษัทยาทั้งที่เป็นยาต้นแบบและยาสามัญต่างเริ่มต้นและยึดมั่นในเจตนารมณ์แบบนี้ จะช่วยชี้ทิศทางให้แนวทางในกันพัฒนาวงการสุขภาพไทยไปได้ไกลแน่นอนครับ

ผสานนวัตกรรมกับความเป็นธรรมชาติ

ประเด็นต่อมา คือ “ผลิตภัณฑ์นวัตกรรม” ของ ที.แมน ที่ประสบความสำเร็จอย่างสูงทั้งในแง่ของยอดขายและการสร้างแบรนด์ อย่างเช่น Propoliz Plus Extherb สเปรย์โพรพอลิสยอดนิยมอันดับ 1 ของประเทศ, ยาน้ำไอสมุนไพร ไอยรา ที่ปรับสูตรให้ดื่มง่าย, Para Fast Activ ยาพาราเซตามอลออกฤทธิ์เร็ว หรือแม้แต่ Nevtral ผลิตภัณฑ์สกัดจากธรรมชาติที่ช่วยลดอาการแพ้ผิวหนัง และ Anthaplex สารสกัดเพื่อบำรุงความจำ

ผมมองว่า ผลิตภัณฑ์เหล่านี้ไม่ใช่แค่นวัตกรรมที่เกิดจากการวิจัยและพัฒนาเท่านั้น แต่ยังบ่งบอกถึงความใส่ใจในการเลือกใช้ส่วนผสมที่มาจากธรรมชาติ การคำนึงถึงความปลอดภัยในการใช้งานระยะยาว และการออกแบบให้ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ที่เปลี่ยนไปของผู้บริโภค ที่สำคัญคือ ผลิตภัณฑ์เหล่านี้สามารถสื่อสารและสร้างการจดจำได้อย่างโดดเด่นท่ามกลางการแข่งขันที่ดุเดือด ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความแข็งแกร่งของแบรนด์มากๆ ครับ

การประยุกต์ใช้นวัตกรรมด้านการตลาด

แต่เราก็ต้องไม่ลืมว่าเบื้องหลังความสำเร็จเหล่านี้ ยังมี กลยุทธ์การตลาดและการสร้างการรับรู้ (Marketing Strategy and Brand Awareness) ที่ช่วยให้ผลิตภัณฑ์เข้าถึงผู้บริโภคได้อย่างมีประสิทธิภาพ อย่างเช่นการใช้ Customer Data Platform (CDP) ในการวิเคราะห์ลูกค้าเพื่อสร้างแคมเปญทำการตลาดแบบเจาะจง (Personalized Marketing), การใช้เทคโนโลยี AI อย่าง AI Face Reshape Simulator, AI Image Generate, AI Snap หรือ Augmented Reality ผ่าน 8thWall ในการสร้างคอนเทนต์ทางการตลาดที่แปลกใหม่น่าสนใจ

ร้านยาคือ “คู่คิด”

สิ่งสำคัญอีกประการหนึ่งที่ผมอยากฝากให้คิดต่อก็คือ “ความสัมพันธ์ระหว่างบริษัทกับร้านยา” ครับ หลายคนอาจมองว่าร้านยาเป็นเพียงแค่ช่องทางหนึ่งในการกระจายสินค้าเท่านั้น แต่คุณประพลกลับมองว่า ร้านยาคือ “คู่คิด” ที่จะร่วมเติบโตไปด้วยกัน พวกเขาจึงลงทุนอย่างมากในการสร้างความสัมพันธ์ระยะยาว ไม่ว่าจะเป็นการเพิ่มบุคลากรผู้แทนขายที่มีบทบาทเป็น “ผู้ให้ความรู้” แก่เภสัชกรและเจ้าหน้าที่ร้านยา ที่เจ๋งอย่างนึงคือ บริษัทจัดให้มีการเก็บคะแนนความรู้ของผู้แทนยาแต่ละคนประจำปี คล้ายๆ กับที่เภสัชกรต้องเก็บคะแนนหน่วยการศึกษาต่อเนื่องทางเภสัชกรรม, การพัฒนาแพลตฟอร์มออนไลน์อย่าง “T.Man Mobile Application” ที่อำนวยความสะดวกในการอบรมและให้ข้อมูลผลิตภัณฑ์, ไปจนถึงการพัฒนาระบบเทคโนโลยีเพื่อช่วยร้านยาบริหารจัดการสต็อกได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ปรุงเข้ากันอย่างลงตัว

จากบทเรียนเหล่านี้ ผมคิดว่า ความสำเร็จของ ที.แมน ในวันนี้ ไม่ได้มาจากการทำสิ่งใดสิ่งหนึ่งอย่างโดดเด่น หากแต่เป็นการทำหลายๆ อย่างไปพร้อมๆ กันอย่างสอดประสานและลงตัว ทั้งเรื่องของ “วิสัยทัศน์ขององค์กร” ที่ยึดมั่นในคุณค่าเพื่อสังคม, การพัฒนา “ผลิตภัณฑ์เชิงนวัตกรรม” ที่ไม่เพียงแต่มีคุณภาพ แต่ยังสามารถตอบโจทย์ความต้องการที่หลากหลายของผู้บริโภค, การสร้าง “การตลาดที่สร้างสรรค์” ทั้งในโลกออนไลน์และออฟไลน์, รวมถึงการวางรากฐานของ “ความเป็นพันธมิตรกับคู่ค้า” อย่างเหนียวแน่น

ใช้กับเรื่องของเราต่ออย่างไร?

ถ้าให้ผมฝากคำถามทิ้งท้ายไว้คิดต่อ ผมคงอยากชวนให้ทุกท่านได้ทบทวนกันสักนิดครับว่า หากจะนำบทเรียนจาก ที.แมน ไปปรับใช้ เราจะเริ่มต้นที่จุดไหน?

หากคุณเป็นผู้ก่อตั้งหรือผู้บริหารองค์กร คำถามคือ “เจตนารมณ์และค่านิยมหลักที่จะขับเคลื่อนธุรกิจไปข้างหน้าของคุณคืออะไร” หรือ “คุณมีนวัตกรรมอะไรที่แม้จะไม่ยิ่งใหญ่ แต่สามารถสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อผู้คนและสังคมได้บ้าง”

หากคุณเป็นนักการตลาด ลองถามตัวเองดูครับว่า “การตลาดแบบไหนที่จะช่วยให้ผู้บริโภคสามารถจดจำและรักในแบรนด์ได้ในยุคที่วิถีชีวิตเปลี่ยนไป” และ “คุณจะสร้างสรรค์ประสบการณ์ที่น่าประทับใจและกระชับความสัมพันธ์ระหว่างแบรนด์กับลูกค้าได้อย่างไร”

หรือหากคุณเป็นเภสัชกรเหมือนกับผม ลองมองหาคำตอบให้ได้ครับว่า “ในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพที่อยู่ใกล้ชิดผู้บริโภค เราจะเป็นส่วนหนึ่งในการร่วมพัฒนานวัตกรรมสุขภาพไทยได้อย่างไร” และ “เราจะปรับบทบาทตัวเองเพื่อก้าวข้ามจากผู้จำหน่ายยา ไปสู่การเป็นที่ปรึกษาและคู่คิดด้านสุขภาพให้กับผู้คนอย่างไร”

คำถามเหล่านี้ อาจจะไม่มีคำตอบที่ถูกต้องเพียงคำตอบเดียว และบางคำถามก็ดูท้าทายเกินกว่าจะไขคำตอบได้ในชั่วข้ามคืน แต่อย่างน้อย การเริ่มต้นจากการตั้งคำถาม ก็นับเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญแล้วครับ เพราะเมื่อเราเริ่มถามตัวเองและผู้อื่น เมื่อนั้น เราจะเริ่มมองเห็นทางเลือกใหม่ๆ และโอกาสที่จะเติบโตไปในทิศทางที่ดีขึ้น ทั้งสำหรับตัวเราเอง องค์กรของเรา และที่สำคัญที่สุด คือเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้คนในสังคมครับ

Ready to Connect Innovation and Healthcare?

พร้อมที่จะเชื่อมโยงนวัตกรรมของคุณกับการเข้าถึงสุขภาพที่ดีหรือยังครับ?
ติดต่อเราวันนี้เพื่อปรึกษาว่าเราจะช่วยให้ธุรกิจผลิตภัณฑ์สุขภาพของคุณเติบโตได้อย่างไร

0 Comments

Ready to Connect Innovation and Healthcare?

พร้อมที่จะเชื่อมโยงนวัตกรรมของคุณกับการสร้างระบบสุขภาพที่ดีหรือยังครับ?

ติดต่อเราวันนี้เพื่อปรึกษาว่าเราจะช่วยให้ธุรกิจผลิตภัณฑ์สุขภาพของคุณเติบโตได้อย่างไร

คุยกับทีมงาน