เทคนิคการขายสินค้าและบริการผ่านทางโทรศัพท์อย่างมืออาชีพ

by | 18 Apr 2024

ในยุคที่การแข่งขันทางธุรกิจสูงขึ้นเรื่อยๆ และพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป การขายสินค้าและบริการผ่านช่องทางออนไลน์และการสื่อสารทางไกล จึงกลายเป็นอีกหนึ่งกลยุทธ์สำคัญที่ช่วยเพิ่มยอดขายให้กับองค์กรต่างๆ ได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะ การขายผ่านทางโทรศัพท์ (Telesales) ที่นอกจากจะช่วยประหยัดเวลาและค่าใช้จ่ายในการเดินทางพบลูกค้าแล้ว ยังเป็นการสร้างความสัมพันธ์อันดีกับลูกค้าในระยะยาวอีกด้วย

แต่การที่จะประสบความสำเร็จในการขายผ่านทางโทรศัพท์ได้นั้น ไม่ใช่เรื่องง่ายอย่างที่หลายคนคิด เพราะเราไม่สามารถใช้ ภาษากาย (Body Language) หรือรอยยิ้มเพื่อดึงดูดลูกค้าเหมือนกับการขายแบบเจอหน้าได้ เครื่องมือหลักที่เราจะต้องอาศัย คือ “เสียง” และ “คำพูด” ในการสร้างแรงจูงใจและโน้มน้าวใจลูกค้าให้ตัดสินใจซื้อสินค้าหรือบริการของเรา

1. การเตรียมความพร้อมก่อนโทรหาลูกค้า

ก่อนที่จะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาโทรหาลูกค้า เราจำเป็นต้องเตรียมความพร้อมหลายอย่าง ทั้งในเรื่องของ ข้อมูลสินค้า การร่างสคริปต์หรือบทสนทนาที่น่าสนใจ ไปจนถึงเทคนิคการใช้เสียงและน้ำเสียงในการพูด ซึ่งต้องอาศัยการฝึกฝนและทำความเข้าใจพฤติกรรมของลูกค้าแต่ละประเภท เพื่อให้สามารถปรับรูปแบบการสื่อสารได้อย่างเหมาะสมและมีประสิทธิภาพมากที่สุด

สิ่งแรกที่ต้องเตรียม คือ การร่างสคริปต์หรือบทสนทนาล่วงหน้า โดยใช้ภาษาที่เข้าใจง่าย ชัดเจน ตรงประเด็น และเน้นที่การสื่อถึงประโยชน์และจุดเด่นของสินค้าหรือบริการเป็นหลัก ไม่ใช่การพูดยืดยาวหรือใช้ศัพท์เทคนิคที่ยากต่อการทำความเข้าใจ เมื่อเขียนสคริปต์เสร็จแล้ว ต้องนำมา ฝึกซ้อมพูดให้คล่องปาก เป็นธรรมชาติ และฟังดูน่าเชื่อถือ สามารถดึงดูดความสนใจจากลูกค้าได้ตั้งแต่เริ่มต้นบทสนทนา

การเตรียมความพร้อมก่อนโทรหาลูกค้าคือหัวใจในการสร้างความสำเร็จ

ยกตัวอย่างเช่น สมมติว่าเราขายผลิตภัณฑ์อาหารเสริมเพื่อสุขภาพ เราอาจจะเริ่มต้นบทสนทนาด้วยประโยคอย่างเช่น

“สวัสดีค่ะ ดิฉันชื่อสมหญิงนะคะ โทรมาจากบริษัท Pharma A เรียนสายอยู่กับคุณสมชายใช่ไหมคะ? วันนี้สมหญิงรบกวนเวลาสักครู่นะคะ เพื่อจะแนะนำผลิตภัณฑ์ใหม่ล่าสุดของเรา ที่ได้รับการพัฒนาจากสารสกัดจากธรรมชาติล้วนๆ ช่วยบำรุงร่างกาย เสริมภูมิต้านทาน ให้คุณมีสุขภาพแข็งแรงยิ่งขึ้นค่ะ ตอนนี้เรามีโปรโมชั่นพิเศษ ซื้อ 1 แถม 1 ในราคาสุดคุ้ม สมชายลองเปิดใจทดลองทานดูไหมคะ?”

(อ่านประโยคเบื้องต้นแล้วรู้สึกอย่างไรบ้างครับ?)

การเริ่มต้นบทสนทนาด้วย การแนะนำตัวที่ชัดเจน บอกที่มาที่ไปว่าโทรมาจากที่ไหน แล้วค่อยๆ เข้าสู่เนื้อหาสินค้าที่เน้นประโยชน์ต่อลูกค้า จุดเด่นของผลิตภัณฑ์ พร้อมทั้งมีข้อเสนอพิเศษเพื่อกระตุ้นความสนใจ จะช่วยสร้างความประทับใจและความน่าเชื่อถือให้กับผู้ฟังได้ตั้งแต่ประโยคแรก

2. การใช้เสียงและน้ำเสียงที่เหมาะสม

นอกจากเรื่องสคริปต์แล้ว สิ่งสำคัญอย่างยิ่งที่จะทำให้การขายผ่านโทรศัพท์ประสบความสำเร็จได้ คือ การใช้เสียงและน้ำเสียงที่เหมาะสม เราต้องปรับระดับเสียงให้ดังและชัดเจน รวมถึงออกเสียงให้ถูกต้องตามหลักภาษา ไม่พูดเร็วหรือเบาเกินไป มิเช่นนั้นลูกค้าอาจจะไม่เข้าใจในสิ่งที่เราพูด หรืออาจจะพลาดประเด็นสำคัญๆ ไปได้

ระดับเสียงและน้ำเสียงที่น่าฟังคือหน้าตาของผู้แทนขายที่ลูกค้าสัมผัสได้จากการสื่อสาร

ในขณะเดียวกัน เราก็ต้องใช้ น้ำเสียงที่นุ่มนวล มีเสน่ห์ชวนฟัง และแสดงความเป็นมิตร ไม่พูดด้วยน้ำเสียงที่ดูเคร่งเครียดหรือเป็นทางการจนเกินไป เพราะจะทำให้ลูกค้ารู้สึกเกร็งและไม่อยากสนทนาด้วย แต่ก็ต้องระวังไม่ให้น้ำเสียงดูราบเรียบหรือน่าเบื่อ เพราะอาจจะทำให้ลูกค้าหมดความสนใจและวางสายไปก่อนที่เราจะทันได้เสนอขายสินค้าเลยก็เป็นได้ครับ

การจะควบคุมระดับเสียงและน้ำเสียงให้เหมาะสมได้อาจไม่ใช่เรื่องง่าย เราจำเป็นต้องฝึกซ้อมบ่อยๆ โดยอาจจะลองอัดเสียงของตัวเองขณะกำลังพูดตามสคริปต์ แล้วนำมาฟังทบทวน เพื่อหาข้อบกพร่องหรือสิ่งที่ควรปรับปรุงแก้ไข หากได้ยินว่าเสียงยังไม่ชัดหรือฟังดูไม่น่าสนใจ ก็ให้ลองปรับจังหวะการพูด เน้นคำสำคัญ หรือใส่อารมณ์ความรู้สึกให้มากขึ้น จากนั้นก็ทดลองพูดใหม่ แล้วนำไปเปรียบเทียบกับครั้งแรก จนกว่าจะพอใจและมั่นใจว่าเสียงของเราดูดีและมีเสน่ห์มากพอที่จะดึงดูดลูกค้าได้แล้ว

3. การวิเคราะห์พฤติกรรมหรือแนวทางการสื่อสารของลูกค้า

อีกสิ่งหนึ่งที่จะทำให้เราขายผ่านโทรศัพท์ได้ดีขึ้น คือ การศึกษาและวิเคราะห์พฤติกรรมการสื่อสารของลูกค้าแต่ละราย เพื่อเข้าใจลักษณะนิสัย ความชอบ ความต้องการที่แตกต่างกัน เช่น

  • ลูกค้าบางคนเป็นคนเจ้าระเบียบ ชอบฟังข้อมูลที่เป็นข้อๆ อย่างชัดเจน กระชับ ตรงไปตรงมา
  • ลูกค้าบางคนอาจจะเป็นคนช่างพูดช่างคุย ชอบความเป็นกันเอง มีอารมณ์ขัน
  • ลูกค้าบางคนก็อาจจะเป็นคนขี้ระแวง ไม่ไว้ใจใคร ชอบซักถามรายละเอียดลงลึกทุกเรื่อง เป็นต้น
ผู้แทนขายจะต้องจับน้ำเสียง คำพูด และการโต้ตอบของลูกค้า เพื่อจำแนกแนวทางการสื่อสารที่เหมาะสมกับลูกค้าให้ได้อย่างรวดเร็ว

สิ่งเหล่านี้ล้วนสะท้อนออกมาผ่านน้ำเสียง คำพูด และการโต้ตอบของลูกค้าขณะสนทนากับเรา หากเราสามารถสังเกตและจับทางถูก เราก็จะปรับวิธีการพูดคุย กลยุทธ์การขาย ให้สอดคล้องกับบุคลิกของลูกค้าแต่ละคนได้ และนั่นจะเพิ่มโอกาสในการปิดการขายให้สำเร็จง่ายยิ่งขึ้นครับ

ตัวอย่างเช่น หากเรารู้ว่าลูกค้ารายนี้เป็นคนตรงๆ ไม่ต้องการฟังเรื่องราวที่อ้อมค้อม เราก็อาจจะเริ่มต้นบทสนทนาอย่างตรงไปตรงมาว่า

“สวัสดีครับ ผมชื่อสมชาย โทรมาจากบริษัท ABC ครับ ผมขออนุญาตเสนอผลิตภัณฑ์ใหม่ของเราให้คุณพิจารณาครับ มันคือ… มันมีคุณสมบัติพิเศษคือ… และตอนนี้เรามีโปรโมชั่นพิเศษ… ถ้าสั่งซื้อวันนี้รับส่วนลดเพิ่มอีก 10% ครับ คุณสนใจไหมครับ?”

แต่หากเป็นลูกค้าอีกแบบที่ชื่นชอบการพูดคุย มีอารมณ์ขัน เราก็อาจจะเริ่มต้นด้วยการทักทายปราศรัยเล็กน้อย เล่าเรื่องสั้นๆ ที่อาจไม่เกี่ยวกับสินค้า แต่เป็นการสร้างบรรยากาศให้ผ่อนคลายเป็นกันเองก่อน

4. มีทัศนคติที่ดีและมีความเชื่อมั่นในตัวเอง

สุดท้ายนี้ อีกหนึ่งสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้เราประสบความสำเร็จในการขายผ่านโทรศัพท์ได้ นั่นคือ ทัศนคติ (Attitude) และความเชื่อมั่น (Confidence) ที่เรามีต่อตัวเอง ต่อสินค้า และต่อลูกค้า

การฝึกตนเองให้ไม่ลืมที่จะยิ้มขณะคุยโทรศัพท์จะเป็นสิ่งกระตุ้นให้คิดถึงทัศนคติด้านที่ดีกับสิ่งที่กำลังทำ

เราต้องมองเห็นคุณค่าและประโยชน์ของสิ่งที่เรากำลังนำเสนอ มั่นใจว่ามันจะสามารถช่วยแก้ปัญหาหรือตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้จริง ความมั่นใจนี้จะแสดงออกมาผ่านน้ำเสียง คำพูด และความกระตือรือร้นในการอธิบายรายละเอียดต่างๆ ซึ่งจะช่วยสร้างความเชื่อมั่นและความสนใจให้กับลูกค้าได้มากขึ้น

ขณะเดียวกัน เราก็ต้องปรับมุมมองที่มีต่อลูกค้าด้วย อย่ามองว่าเราจำเป็นต้องขายสินค้าให้ได้ในการโทรครั้งนี้ หรือกลัวว่าหากพูดไปแล้วลูกค้าไม่ซื้อจะถือว่าเป็นความล้มเหลว แต่ให้มองว่า การโทรหาลูกค้าแต่ละครั้ง ไม่ว่าจะปิดการขายได้หรือไม่ ก็ถือเป็นบทเรียนและประสบการณ์ที่มีค่าทั้งสิ้น ยิ่งเราได้ฝึกฝนบ่อยเท่าไหร่ ทักษะและความมั่นใจก็จะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

และที่สำคัญ คือ เราต้องเคารพในเวลาและความต้องการของลูกค้า ไม่เซ้าซี้รบเร้าจนเกินงาม ให้รู้จักรอคอยและให้เวลาลูกค้าในการตัดสินใจ ไม่ใช่คิดแค่จะเอาแต่ขายสินค้าให้ได้มากที่สุดโดยไม่สนใจความรู้สึกของลูกค้า เพราะ การขายที่ดี ไม่ได้อยู่ที่การพูดเก่งอย่างเดียว แต่ต้องรู้จักฟังและเข้าใจลูกค้าด้วย

Mind Mapping สรุปประเด็น “การขายสินค้าและบริการทางโทรศัพท์”

ผมได้ลองสรุปสิ่งที่เราคุยกันให้อยู่ในรูปแบบ Mind Mapping เพื่อที่ท่านผู้อ่านจะสามารถนำไปขมวดปมและนำไปใช้ประโยชน์ได้แบบรวบยอด ดูตามรูปด้านล่างนี้ได้เลยครับ (กด save แล้วนำไปใช้ได้เลยครับ)

บทสรุป

สรุปแล้ว การขายสินค้าและบริการผ่านทางโทรศัพท์ ไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ก็ไม่ใช่เรื่องยากเกินความสามารถของใครๆ หากเรามีการเตรียมตัวอย่างรอบด้าน ทั้งในเรื่องของความรู้เกี่ยวกับสินค้า การฝึกฝนทักษะการพูดและการใช้เสียง การศึกษาเข้าใจพฤติกรรมลูกค้า และการปรับทัศนคติให้ถูกต้อง เชื่อมั่นในตัวเอง แต่ก็ถ่อมตนและเคารพผู้อื่น

สิ่งสำคัญ คือ เราต้องไม่หยุดที่จะเรียนรู้และพัฒนาตัวเองอยู่เสมอ ลองนำเทคนิคต่างๆ ที่ได้กล่าวมาไปปรับใช้ดู ติดตามผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น แล้วค่อยๆ ปรับเปลี่ยนไปเรื่อยๆ จนกว่าจะเจอสูตรสำเร็จที่ใช่สำหรับตัวคุณ โดยอาจจะลองตั้งเป้าหมายในแต่ละวันว่า จะโทรหาลูกค้ากี่ราย คาดหวังผลตอบรับในระดับใด และไม่ว่าผลลัพธ์จะเป็นอย่างไร ก็ให้บันทึกเอาไว้ เพื่อใช้ทบทวนและปรับปรุงตัวเองในครั้งต่อๆ ไป

เชื่อเถอะครับว่า ยิ่งคุณมุ่งมั่นฝึกฝนมากเท่าไหร่ ทักษะการขายผ่านโทรศัพท์ก็จะยิ่งพัฒนาขึ้นเรื่อยๆ จนกลายเป็นผู้เชี่ยวชาญและมืออาชีพได้ในที่สุด และเมื่อถึงตอนนั้น คุณจะพบว่า “เสียง” คือเครื่องมือทรงพลังอย่างหนึ่ง ที่จะช่วยผลักดันธุรกิจและความฝันของคุณให้ก้าวไปข้างหน้าได้ไกลแค่ไหน ก็อยู่ที่ตัวคุณเท่านั้น

ในแต่ละวัน ลองให้เวลาสัก 1-2 ชั่วโมง ในการโทรหาลูกค้าอย่างตั้งใจ ตั้งเป้าหมายว่าคุณจะแนะนำสินค้าและบริการให้น่าสนใจ สร้างคุณค่าและประโยชน์ให้กับลูกค้าได้อย่างไร พูดและฟังอย่างตั้งใจ บันทึกผลตอบรับที่ได้ และนำมาวิเคราะห์ทบทวนเพื่อปรับปรุงตัวเองอยู่เสมอ หากคุณทำได้อย่างสม่ำเสมอ รับรองว่า ไม่นาน คุณก็จะค้นพบศักยภาพที่แท้จริงของตัวเองในฐานะ “ฮีโร่แห่งการขายผ่านโทรศัพท์” (Telesales Hero) ที่ใครๆ ก็ต้องยอมรับและชื่นชมในความสามารถอย่างแน่นอนครับ

Ready to Connect Innovation and Healthcare?

พร้อมที่จะเชื่อมโยงนวัตกรรมของคุณกับการเข้าถึงสุขภาพที่ดีหรือยังครับ?
ติดต่อเราวันนี้เพื่อปรึกษาว่าเราจะช่วยให้ธุรกิจผลิตภัณฑ์สุขภาพของคุณเติบโตได้อย่างไร

0 Comments

Ready to Connect Innovation and Healthcare?

พร้อมที่จะเชื่อมโยงนวัตกรรมของคุณกับการสร้างระบบสุขภาพที่ดีหรือยังครับ?

ติดต่อเราวันนี้เพื่อปรึกษาว่าเราจะช่วยให้ธุรกิจผลิตภัณฑ์สุขภาพของคุณเติบโตได้อย่างไร

คุยกับทีมงาน